|
การเดินเพื่อสุขภาพ
เริ่มต้นกันเลย
หาเวลาว่างวันพรุ่งนี้
ประมาณ 20-40 นาที
แล้วออกไปเดินกัน
เตรียมเสื้อผ้า
และรองเท้าที่ใส่สบายๆไปด้วย
การเดินเพื่อสุขภาพ
ไม่ควรทำให้คุณรู้สึกเหนื่อยอ่อน
แต่ควรจะทำให้คุณรู้สึกสนุก
อย่าหักโหมจนเกินไป
คุณอาจทดสอบว่าตัวเองหักโหมไปหรือไม่
ด้วยวิธีง่ายๆ
โดยลองพูดในระหว่างการเดิน
ถ้าคุณต้องหยุดพูดเพื่อหายใจ
แสดงว่าคุณกำลังหักโหมมากเกินไป
คุณอาจจะนัดเพื่อนของคุณ
และคุยกันระหว่างเดิน
แทนที่จะนัดกันที่ร้านกาแฟ
หรือคุณอาจใช้วิธีเดินไปซื้อของแทนการใช้รถ
และถ้าคุณมีของที่ต้องนำติดตัวไปด้วย
ลองใช้กระเป๋าที่ใช้สะพายหลังเพื่อเก็บของ
การถือของในมือ
จะทำให้คุณเหนื่อย
และเมื่อยล้า
ระหว่างทางลองสังเกตุสิ่งรอบๆตัวคุณ
คุณจะพบว่ามีสิ่งที่คุณไม่เคยสังเกตุเห็นเลยในขณะที่คุณขับรถ
คุณอาจจะเห็นท่าทางแปลกๆ
ของสัตว์เลี้ยง
รอยยิ้มบนใบหน้าของผู้คน
ของตั้งโชว์ตามหน้าร้านข้างถนน
หลังจากที่คุณเริ่มเดินไปได้
2-3 เดือน
ลองสำรวจความรู้สึกของตัวคุณเอง
อย่าหวังว่าตัวคุณจะรู้สึกแข็งแรง
หรือรู้สึกว่ามีพละกำลังมาก
สิ่งที่คุณจะรู้สึกคือ
คุณไม่รู้สึกอ่อนเพลียจากการเดิน
หรือถ้ามีก็มักหายไปใน
1-2 ชั่วโมง
แต่อารมณ์และความรู้สึกของคุณจะดีขึ้นกว่าเดิมอย่างเห็นได้ชัด
เตรียมร่างกายของคุณก่อนการเดิน
(วอร์มอัพ)
คุณควรจะรู้สึกสนุกเช่นเดียวกันขณะที่คุณกำลังวอร์มอัพ
การเตรียมร่างกายให้พร้อมจะช่วยลดการบาดเจ็บที่อาจเกิดขึ้นจากการออกกำลัง
การวอร์อัพจะเพิ่มเลือดไปเลี้ยงกล้ามเนื้อ
เพิ่มออกซิเจนไปยังเซลต่างๆ
และพร้อมสำหรับการออกกำลัง
การวอร์มอัพจะดึงยืดกล้ามเนื้อ
เอ็น ให้พร้อม รวามทั้งสภาพทางจิตใจของคุณด้วย
คุณอาจวอร์มอัพด้วยการเดินช้าๆ
ประมาณ 5-10
นาทีก่อนเริ่มเดินจริง
ค่อยๆเพิ่มการเดินทีละน้อย
คุณอาจจะเริ่มด้วยการเดินสัปดาห์ละ
2 ครั้ง ประมาณ 2 เดือน
แล้วเพิ่มขึ้นเป็นวันเว้นวันอีกประมาณ
2 เดือน เพิ่มเป็น 4-5
วันต่อสัปดาห์
จนในที่สุด ทุกวัน
ร่างกายของคุณต้องการการปรับตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไป
การเริ่มต้นออกกำลังมากๆ
โดยทันทีอาจจะทำให้ร่างกายคุณได้รับบาดเจ็บได้
จดบันทึกการเดินของคุณ
แล้ววางบันทึกการเดินของคุณในตำแหน่งที่คุณเห็นง่ายๆ
เช่นที่ประตูของตู้เย็น
จดบันทึกทุกอย่างที่สามารถนับได้
โดยจดบันทึกทุกสัปดาห์
เช่น
จำนวนวันที่คุณเดินต่อสัปดาห์
เวลาที่คุณใช้ในการเดิน
ระยะทางที่เดิน เป็นต้น
บันทึกเหล่านี้จะเป็นเพื่อนที่ช่วยเตือนคุณ
ให้กำลังใจคุณ
และเมื่อคุณทำได้ตามเป้าที่วางไว้
ให้รางวัลกับตัวเองด้วยอุปกรณ์ใหม่ที่เกี่ยวข้องกับการเดิน
เช่น รองเท้าคู่ใหม่
ถุงเท้าคู่ใหม่
หรือไปพักผ่อนตามสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ
ปรับปรุงวิธีการเดินของคุณ
เดินตัวตรง
ขณะเดินให้เท้าคุณสัมผัสพื้นจากส้นเท้าไปปลายเท้า
ถ้าเดินขึ้นเนิน
เดินให้ช้าลง
เอนตัวไปด้านหน้าเล็กน้อย
แกว่งแขนให้มากขึ้นเล็กน้อย
เมื่อเดินลงเนิน
พยายามควบคุมความเร็วไว้
ก้าวสั้นๆ
และวางเท้าเบาๆ
เปลี่ยบบรรยากาศในการเดิน
เมื่อคุณเดินทุกวันได้ประมาณ
6 เดือนแล้ว
คุณจะไม่รู้สึกเหน็ดเหนื่อยจากการเดินใดๆ
ลองเปลี่ยนบรรยากาศการเดินไปเดินในที่ต่างๆ
หรืออาจลองเดินให้เร็วขึ้น
หรือเดินให้ได้ระยะทางมากขึ้น
คุณอาจใช้เวลาในการพักดื่มกาแฟของคุณมาใช้เป็นการเดินแทน
ถ้าคุณไม่มีเวลาจริงๆ
เวลา 10
นาทีในการดื่มกาแฟในตอนสายและตอนบ่าย
ก็เพียงพอสำหรับการเดินเพื่อสุขภาพ
และถ้าคุณเดินแล้ว
ยังรู้สึกอยากดื่มกาแฟ
ก็ดื่มได้
แต่โดยส่วนใหญ่
คุณมักจะรู้สึกสดชื่นจนไม่อยากดื่มกาแฟอีก
อะไรเป็นอุปสรรคที่ทำให้คุณไม่ออกกำลังกาย
คนส่วนใหญ่ทราบดีว่าการออกกำลังกายเป็นสิ่งที่ดี
และอยากออกกำลังกาย
แต่มักจะมีอุปสรรคนานานับประการที่มาขัดขวาง
คุณเคยพบอุปสรรคเหล่านี้กับตัวคุณเองหรือเปล่า
?
"ฉันมีธุระมาก
ไม่มีเวลา"
ในสังคมที่รีบเร่งในปัจจุบัน
ทุกคนมีภาระส่วนตัวที่จะต้องทำกันท้งนั้น
ยิ่งคุณมีธุระมาก
คุณยิ่งต้องออกกำลังกาย
เพื่อเตรียมร่างกายให้พร้อมที่จะเผชิญกับปัญหาต่าง
ๆ
"ฉันไม่ชอบออกกำลังกาย"
อย่าทำอะไรฝืนใจตัวเอง
ถ้าคุณไม่ชอบออกกำลังกาย
ลองสำรวจตัวเองว่าคุณชอบทำอะไรที่ใช้พลังงานบ้าง
แล้วลองทำสิ่งนั้นให้บ่อยขึ้น
คุณไม่จำเป็นต้องออกไปวิ่งเพื่อลดน้ำหนักถ้าคุณไม่ชอบ
ยังมีกิจกรรมอื่น
ๆที่ใช้พลังงานเช่น
ขี่จักรยาน ทำสวน
เต้นรำ เล่นโบว์ริ่ง
เล่นสเก็ต หรือตีปิงปอง
ถ้าตอนนี้คุณไม่ได้ทำกิจกรรมเหล่านี้เลย
ลองนึกถึงอดีตและหาสิ่งที่คุณเคยทำและสนุกกับมัน
ลองกลับมาทำสิ่งนั้นใหม่
"ฉันแก่เกินไปแล้ว"
ไม่มีใครแก่เกินไปสำหรับการออกกำลัง
เพียงแต่เลือกวิธีการออกกำลังกายที่เหมาะสมกับวัยของคุณเท่านั้น
จากการวิจัยพบว่า
ไม่ว่าจะอยู่ในกลุ่มอายุใด
จะได้ประโยชน์จากการออกกำลังกายเหมือนกัน
"ฉันไม่มีเวลาว่างมากพอสำหรับการออกกำลัง"
คุณไม่จำเป็นต้องใช้เวลามากขนาดนั้น
เพียงคุณใช้เวลาว่าง
เล็กๆน้อย
ที่มีอยู่ออกกำลัง
เช่นคุณอาจใช้เวลาเล่นกับสัตว์ลี้ยงของคุณให้มากขึ้นหน่อย
หรือเดินมากขึ้นอีกหน่อยขณะที่คุณกำลังทำงาน
"ฉันดูเหมือนตัวตลกที่ฉันพยายามออกกำลัง"
คุณไม่ได้ดูเหมือนตัวตลก
แต่คุณกำลังดูเหมือนคนที่กำลังเดินไปถูกทาง
และกำลังจะมีชีวิตที่ดีขึ้นในไม่ช้า
"ดูเหมือนร่างกายของฉันไม่ดีขึ้นเลย"
อันที่จริงถ้าคุณลองบันทึกข้อมูลต่าง
ๆ
คุณจะพบว่าร่างกายของคุณกำลังจะดีขึ้นเรื่อย
ๆ เช่น
ลองบันทึกจำนวนชั้นที่คุณสามารถเดินขึ้นลงในแต่ละวัน
หรือเวลาที่คุณใช้ในการเดินในแต่ละวัน
คุณจะพบว่าคุณกำลังพัฒนาไปเรื่อย
"ในยุคเศรษฐกิจฝืดเคืองแบบนี
ฉันไม่มีเงินที่จะไปออกกำลังตามสถานบริหารร่างกาย
หรือไม่มีเงินซื้อเครื่องมือที่ใช้ในการออกกำลังกายได้หรอก"
คุณไม่จำเป็นต้องใช้เงิน
การทำงานบ้าน
เป็นการออกกำลังที่ดีเช่นเดียวกัน
การเดินก็เป็นการออกกำลังที่ดี
คุณอาจไปเดินตามสวนสาธารณะ
หรือไปเดินเล่นตามศูนย์การค้า
"ฉันมักจะออกกำลังกายได้พักหนึ่งก็เลิก"
ไม่ใช่เพียงแต่คุณที่เป็นอย่างนี้
พบว่าครึ่งหนึ่งของผู้ที่เริ่มออกกำลังกาย
หยุดออกกำลังภายใน 6
เดือน
วิธีที่จะช่วยได้คือ
- ลองคิดถึงการออกกำลังที่สม่ำเสมอ
จะทำให้น้ำหนักคุณลดได้ต่อเนื่อง
แต่ถ้าคุณหยุดออกกำลัง
น้ำหนักคุณจะเพิ่มกลับมาใหม่
คุณต้องเริ่มใหม่ตั้งแต่ต้นอีก
- ออกกำลังเพิ่มขึ้นทีละน้อย
ให้ร่างกายของคุณค่อย
ๆปรับตัว
คุณอาจเพิ่มเวลาออกกำลังมากขึ้นเพียง
5 นาทีในแต่ละเดือน
- ทำสิ่งที่ทำแล้วรู้สึกสนุกและได้ออกกำลังด้วย
- ลองหาเพื่อนมาออกกำลังด้วยกัน
- เปลี่ยนแปลงกิจวัตรของคุณบ้าง
อย่าทำอะไรซ้ำซากที่อาจทำให้คุณเบื่อ
"ฉันมีโรคประจำตัว
จะออกกำลังอย่างไร"
ถ้าคุณอ้วนมาก
ตั้งครรภ์สูบบุหรี่จัด
เป็นโรคหัวใจ
ความดันโลหิตสูง
เบาหวาน หอบหืด
หรือโรคเรื้อรังอื่น ๆ
คุณอาจจะต้องปรึกษาแพทย์ก่อนเลือกวิธีการออกกำลังที่เหมาะกับตัวคุณ
|